วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผู้แทนสำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก ได้เข้าร่วมการประชุมสัมมนา "ASEAN-U.S. Engagement on International Transport of Dangerous Goods" ณ โรงแรม Conrad Singapore Orchard สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 ตุลาคม 2569 โดยมี นาย Steven Wagner ผู้แทนจากกระทรวงการคมนาคมสหรัฐฯ (U.S. DOT) กล่าวเปิดการประชุมและนำเสนอวัตถุประสงค์ของโครงการ Transportation Dialogue Partnership เพื่อสร้างความร่วมมือและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการขนส่งสินค้าอันตรายในกลุ่มประเทศอาเซียน
การประชุมในวันแรกครอบคลุมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติและมาตรฐานการกำกับดูแลสินค้าอันตรายในระดับภูมิภาคและสากล สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1.ภาพรวมการกำกับดูแลสินค้าอันตรายและสารเคมีในอาเซียน (The ASEAN Landscape):
สิงคโปร์: ผู้แทนจาก สรรพาวุธสิงคโปร์ (SCDF) และ สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NEA) ได้นำเสนอระบบบริหารจัดการสารเคมีไวไฟ (P&FM) และขยะพิษอุตสาหกรรม (TIW) โดยบังคับใช้ใบอนุญาต P&FM 4 ด้าน (Import, Pipeline, Storage, Transport) และใช้กระบวนการพิจารณาอนุมัติ 2 ชั้น (Processing/Approving Officer) รวมถึงการใช้ระบบเทคโนโลยี HTVTS ในการติดตามรถบรรทุกสารอันตราย (?3 MT) แบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบตัดการทำงานของรถระยะไกล (Immobilizer) และระบบยืนยันตัวตนพนักงานขับรถด้วยชีวมิติ (Biometrics)
สถานะความพร้อมในภูมิภาค: ผู้แทนจากกระทรวงการคมนาคมมาเลเซีย สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าสากลอาเซียน (AFFA) และ สปป.ลาว ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคืบหน้าการขับเคลื่อนพิธีสาร AFAFGIT Protocol 9 ซึ่ง สปป.ลาว ได้เริ่มนำแนวคิดผู้จัดการความปลอดภัยการขนส่งสินค้าอันตราย (DGSA) ตามมาตรฐาน ADR เข้ามาปรับใช้ในข้อกำหนดทางกฎหมาย
2. พัฒนากรอบมาตรฐานสากลและการฝึกอบรม (International & U.S./UK Multi-Modal Approach):
มาตรฐานสากล (UNECE / U.S. DOT PHMSA): นำเสนอโดย Ms. Sabrina Mansion (UNECE) และ Mr. Shane Kelley (PHMSA) ถึงกลไกการปรับปรุงข้อกำหนดมาตรฐานสากล (UN Model Regulations, IMDG Code, ICAO TI, ADR) และบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล (Competent Authority)
แบบอย่างจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร: Mr. Steve Webb (PHMSA) และ Mr. Duncan Russell (UK DfT) นำเสนอโครงสร้างการกำกับดูแลการขนส่งสินค้าอันตรายแบบพหุโหมด (Multi-modal) การปรับใช้มาตรฐาน ADR ในระดับประเทศ รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะเจาะจงของสหราชอาณาจักร เช่น การใช้ British Placarding (Hazchem Plate) ที่ต้องระบุรหัสปฏิบัติตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (Emergency Action Code - EAC) หมายเลข UN สัญลักษณ์ประเภทสารอันตราย และหมายเลขสายด่วนฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงของบริษัทขนส่งไว้บนตัวรถอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบข้อกำหนดการฝึกอบรมบุคลากร (เช่น การฝึกอบรมในสหรัฐฯ ที่เน้นสร้างความตระหนักรู้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องมีตำแหน่ง DGSA) เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) ให้แก่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยกู้ภัย และผู้ประกอบการขนส่ง


