Search

DFCI คืออะไร?

คือดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล Diesel Fuel-Based Transport Freight Cost Index (DFCI) ที่ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ว่าจ้างสามารถใช้เป็น กรอบอ้างอิงกลาง (Benchmark) ในการปรับอัตราค่าขนส่งที่เหมาะสมแปรตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนในสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถประยุกต์ใช้ในลักษณะเดียวกับ ค่า K (Escalation Factor) เพื่อสะท้อนต้นทุนค่าขนส่งที่แท้จริงเมื่อราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลง ช่วยให้การปรับราคาค่าขนส่งเป็นไปอย่าง เป็นธรรม โปร่งใส และมีมาตรฐาน

ปัจจุบัน 44.40 บ./ลิตร

ณ วันที่ 11 เม.ย. 2569

ฐานอ้างอิง 32.94 บ./ลิตร

25 มี.ค. 2569

ปรับเพิ่ม +11.46 บาท (+34.8%)
คำนวณจากราคาน้ำมันภายใต้ราคาจำหน่ายในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

ดัชนีอ้างอิง ณ ราคาปัจจุบัน (ช่วง 44.00 - 44.99)

ไม่เกิน 6 ล้อ 111.45 ดัชนีค่าขนส่ง
ไม่เกิน 10 ล้อ 116.61 ดัชนีค่าขนส่ง
เกิน 10 ล้อ 117.90 ดัชนีค่าขนส่ง

ดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล

Diesel Fuel-Based Transport Freight Cost Index (DFCI)

ราคาน้ำมัน (บาท/ลิตร) ไม่เกิน 6 ล้อ ไม่เกิน 10 ล้อ เกิน 10 ล้อ
32.00 - 32.99100.00100.00100.00
33.00 - 33.99100.95101.38101.49
34.00 - 34.99101.91102.77102.98
35.00 - 35.99102.86104.15104.47
36.00 - 36.99103.82105.54105.97
37.00 - 37.99104.77106.92107.46
38.00 - 38.99105.72108.31108.95
39.00 - 39.99106.68109.69110.44
40.00 - 40.99107.63111.08111.93
41.00 - 41.99108.59112.46113.42
42.00 - 42.99109.54113.85114.91
43.00 - 43.99110.50115.23116.41
44.00 - 44.99 111.45116.61117.90
45.00 - 45.99112.40118.00119.39
46.00 - 46.99113.36119.38120.88
47.00 - 47.99114.31120.77122.37
48.00 - 48.99115.27122.15123.86
49.00 - 49.99116.22123.54125.35
50.00 - 50.99117.17124.92126.84
51.00 - 51.99118.13126.31128.34
52.00 - 52.99119.08127.69129.83
53.00 - 53.99120.04129.07131.32
54.00 - 54.99120.99130.46132.81
55.00 - 55.99121.94131.84134.30
56.00 - 56.99122.90133.23135.79
57.00 - 57.99123.85134.61137.28
58.00 - 58.99124.81136.00138.78
59.00 - 59.99125.76137.38140.27
60.00 - 60.99126.72138.77141.76
61.00 - 61.99127.67140.15143.25
62.00 - 62.99128.62141.54144.74
63.00 - 63.99129.58142.92146.23
64.00 - 64.99130.53144.30147.72
65.00 - 65.99131.49145.69149.22
66.00 - 66.99132.44147.07150.71
67.00 - 67.99133.39148.46152.20
68.00 - 68.99134.35149.84153.69
69.00 - 69.99135.30151.23155.18

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (4 มิติ)

เมื่อระบบขนส่งมีดัชนีอ้างอิงที่ชัดเจน ทุกภาคส่วนจะได้รับผลดีร่วมกัน

ผลดีต่อ "ภาครัฐ"

มีเครื่องมืออ้างอิง (Benchmark) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มต้นทุนขนส่งได้อย่างเป็นระบบ
สนับสนุนการกำหนดนโยบายด้านการขนส่งได้ตรงจุดและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ช่วยลดข้อพิพาทด้านอัตราค่าขนส่ง จากการมีค่ากลางรองรับชัดเจน
เพิ่มความโปร่งใสในการกำกับดูแลภาคการขนส่ง

ผลดีต่อ "ภาคเอกชน" (ผู้ประกอบการและผู้ว่าจ้าง)

มีแนวทางอ้างอิงสำหรับการปรับราคาค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง
สามารถใช้ดัชนีเพื่ออ้างอิงในการเจรจาปรับราคาค่าขนส่งได้อย่างเหมาะสม
มีข้อมูลเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนจากราคาน้ำมันที่มีความผันผวน
สนับสนุนการวางแผนธุรกิจในระยะยาว

ผลดีต่อ "ภาคประชาชน"

ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อค่าครองชีพ เนื่องจากมีค่ากลางช่วยป้องกันการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเกินจริง
สนับสนุนการแข่งขันของภาคธุรกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลดีต่อ "ภาพรวมเศรษฐกิจ"

รักษาระบบการขนส่งและกระจายสินค้าของประเทศให้มีเสถียรภาพ ไม่เกิดการหยุดชะงัก
ช่วยลดความผันผวนของต้นทุนการผลิตในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งระบบ
รักษาขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก
ใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ สำหรับการพัฒนานโยบายการขนส่งแห่งอนาคต เช่น Green Logistics

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

1. ดัชนี DFCI คืออะไร?

ดัชนี DFCI คือ ดัชนีอ้างอิงต้นทุนราคาขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล โดยจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น กรอบอ้างอิง (Benchmark) ในการคำนวณและปรับราคาค่าขนส่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีความผันผวนสูงในปัจจุบัน

2. ใครคือกลุ่มเป้าหมายของดัชนี DFCI?

ดัชนีนี้ออกแบบมาเพื่อให้ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนน และ ผู้ว่าจ้างขนส่งสินค้า ใช้เป็นค่ากลางในการ เจรจาตกลงราคาค่าขนส่ง ให้มีความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงตามสถานการณ์

3. ดัชนี DFCI เป็นอัตรา "บังคับ" ที่ต้องใช้ในการปรับอัตราค่าบริการหรือไม่?

ดัชนีนี้ ไม่ได้เป็นค่าบังคับ หรืออัตราที่กำหนดตามกฎหมาย แต่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบอ้างอิงประกอบการพิจารณาตกลงราคาระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเท่านั้น

4. ดัชนี DFCI มีแนวคิดในการพัฒนาอย่างไร?

ดัชนีนี้ พัฒนาตามผลการศึกษาต้นทุนการขนส่งซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งได้มีการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการขนส่งด้วยรถบรรทุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องเอาไว้ ประกอบกับการสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการขนส่งเพื่อปรับปรุงค่าตัวแปรต้นทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

การจัดทำโครงสร้างต้นทุน ได้มีการคำนึงถึงปัจจัยในหลายด้าน อาทิ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวรถ โดยปัจจัยด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงถือเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อต้นทุนสูงสุดถึง ร้อยละ 40 ถึง 50 ของต้นทุนรวม ดัชนีนี้จึงได้มุ่งเน้นการผันแปรของต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้สามารถอ้างอิงได้ตามสภาวการณ์ที่ผันผวน

5. ดัชนี DFCI จะมีการปรับปรุงในอนาคตหรือไม่?

ดัชนี้นี้ใช้ต้นทุนของราคาน้ำมันดีเซลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 (32.94 บาท/ลิตร) เป็นค่าฐาน ของดัชนี โดยกรมการขนส่งทางบกมีแผนปรับปรุงดัชนีอ้างอิงนี้เป็นระยะ เพื่อให้สะท้อนกับต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในภาคการขนส่งในอนาคต

6. ผู้ประกอบการขนส่งจะใช้ประโยชน์จากดัชนี DFCI อย่างไร?

ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกสามารถนำดัชนี DFCI ไปใช้เป็น กรอบอ้างอิง (Benchmark) ประกอบการพิจารณาตกลงค่าขนส่งสินค้ากับผู้ว่าจ้าง โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในลักษณะเดียวกันกับ Escalation Factor (ค่า K) ในสัญญาก่อสร้างแบบปรับราคาได้ เพื่อให้การปรับอัตราค่าขนส่งมีความยืดหยุ่น เป็นธรรม และสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

7. ผู้ประกอบการขนส่งจะใช้ดัชนี DFCI ในการปรับอัตราค่าขนส่งอย่างไร?

ดัชนี DFCI เป็นเพียง “กรอบอ้างอิง” ให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประกอบการคำนวณการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนจากการแปรผันของราคาน้ำมัน เพื่อใช้ในการตกลงราคาระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเท่านั้น โดยใช้ต้นทุนค่าขนส่ง ณ ราคาน้ำมันดีเซลที่ 32.94 บาท ณ วันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นค่าฐาน

8. อ้างอิงดัชนี DFCI ในการคำนวณต้นทุนรถที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นได้หรือไม่?

ดัชนีนี้คำนวณจากต้นทุนของรถบรรทุกที่ใช้ น้ำมันดีเซล (B7) เท่านั้น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนการใช้สูงที่สุดในภาคการขนส่งทางถนน ดังนั้น จึงไม่สามารถนำดัชนี DFCI ไปประกอบการคำนวณต้นทุนของรถบรรทุกที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่น (เช่น NGV หรือ EV) ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่างกันได้อย่างแม่นยำ