ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมการขนส่งทางบก จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชี


รายละเอียดประชาสัมพันธ์
จำนวนเข้าดู 307

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ต่อร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย 

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม บี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ต่อร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในโครงการตามแผนการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศ บนเส้นทาง R3A เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย - สปป.ลาว - สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ - ห้วยทราย) รวมถึงรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางราง ผ่านแนวรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจะทำให้อำเภอเชียงของหนึ่งในศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ หรือ Logistic Hub ที่มีความสำคัญ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล

ในส่วนของการบริหารจัดการโครงการ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าเวนคืนที่ดิน และค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ส่วนเอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าเครื่องมืออุปกรณ์ยกขน และงานระบบบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ และรับผิดชอบในส่วนของการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ตลอดระยะเวลาร่วมลงทุน 15 ปี โดยปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ได้ให้ความเห็นชอบรูปแบบการร่วมลงทุนในโครงการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี ก่อนดำเนินการคัดเลือกเอกชนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

การสัมมนาในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่กรมการขนส่งทางบกเล็งเห็นถึงศักยภาพ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาใช้ประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน ของโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อให้การดำเนินการมีความครบถ้วนในทุกมิติ และสอดคล้องกับความสนใจของภาคเอกชนและผู้สนใจร่วมลงทุนอย่างแท้จริง ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ระยะที่ 1 มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ในส่วนของกระบวนการ PPP คาดการณ์ว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนได้ในช่วงกลางปี 2564 และลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนได้ในช่วงต้นปี 2565 ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อีกทั้งช่วยอำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน


ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา

https://drive.google.com/drive/u/3/folders/1yJOOGpR2dn06bGIlkkNOv4_NaUXvH9d8


Share :



กรมการขนส่งทางบก จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชี
30 ก.ค. 2563

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ต่อร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย 

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม บี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ต่อร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในโครงการตามแผนการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า (Truck Terminal) ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศ บนเส้นทาง R3A เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย - สปป.ลาว - สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ - ห้วยทราย) รวมถึงรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางราง ผ่านแนวรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจะทำให้อำเภอเชียงของหนึ่งในศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ หรือ Logistic Hub ที่มีความสำคัญ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล

ในส่วนของการบริหารจัดการโครงการ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าเวนคืนที่ดิน และค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ส่วนเอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าเครื่องมืออุปกรณ์ยกขน และงานระบบบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ และรับผิดชอบในส่วนของการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ตลอดระยะเวลาร่วมลงทุน 15 ปี โดยปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ได้ให้ความเห็นชอบรูปแบบการร่วมลงทุนในโครงการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี ก่อนดำเนินการคัดเลือกเอกชนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

การสัมมนาในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่กรมการขนส่งทางบกเล็งเห็นถึงศักยภาพ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาใช้ประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน ของโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อให้การดำเนินการมีความครบถ้วนในทุกมิติ และสอดคล้องกับความสนใจของภาคเอกชนและผู้สนใจร่วมลงทุนอย่างแท้จริง ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ระยะที่ 1 มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ในส่วนของกระบวนการ PPP คาดการณ์ว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนได้ในช่วงกลางปี 2564 และลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนได้ในช่วงต้นปี 2565 ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อีกทั้งช่วยอำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน


ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา

https://drive.google.com/drive/u/3/folders/1yJOOGpR2dn06bGIlkkNOv4_NaUXvH9d8


   
Share :