ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด ใน 15 จังหวัด สกัดรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะควันดำเกินกฎหมายกำหนดห้ามเข้าเขตกรุงเทพมหานค


รายละเอียดประชาสัมพันธ์
จำนวนเข้าดู 60

กรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด ใน 15 จังหวัด สกัดรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะควันดำเกินกฎหมายกำหนดห้ามเข้าเขตกรุงเทพมหานคร พบรถควันดำ ลงโทษขั้นสูงสุดปรับ 5,000 บาท พ่น “ห้ามใช้” ทันที!!!

                        นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังจากการลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้นโยบาย One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกยกระดับยกระดับความเข้มข้นในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป และให้ตั้งจุดตรวจควันดำเพิ่มเติมรวม 31 จุด ใน 15 จังหวัด รอยต่อบนถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถโดยสารมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อควบคุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานจากต่างจังหวัดไม่ให้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องทุกวัน ดังนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมาย 32, ถนนพระราม 2, ถนนเพชรเกษม, ถนนบรมราชชนนี, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนพหลโยธิน, ถนนสุขุมวิท, ถนนบางนา-ตราด, ถนนติวานนท์, ถนนลำลูกกา, ถนนรังสิต-นครนายก, ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี, ถนนรังสิต-ปทุมธานี, มอเตอร์เวย์ (ด่านลาดกระบังขาเข้า), ท่าเรือคลองเตย และสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองทั้ง 3 แห่ง (ร่มเกล้า, คลองหลวง, พุทธมณฑล) ทั้งนี้ หากพบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สั่งเปรียบเทียบปรับทันที 5,000 บาท และพ่น “ห้ามใช้” ทันที ส่วนรถที่ตรวจพบค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 ให้ผู้ตรวจการออกใบเตือน เพื่อให้เจ้าของรถดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนถึงรอบชำระภาษีรถ ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทั้ง 31 จุด ใน 15 จังหวัด เฉพาะช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 627 คัน พบรถมีค่าควันดำเกินที่กฎหมายกำหนดจำนวน 39 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 35 คัน และรถโดยสารสาธารณะ 4 คัน พบมากที่สุดที่บริเวณจุดตรวจถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า, ถนนบางนา-ตราด ขาเข้า โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันทุกวัน

                                  ด้าน นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมการขนส่งทางบกได้ให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่สุ่มตรวจค่าควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูง เช่น พื้นที่ในเขตจตุจักร เขตบางขุนเทียน, บางคอแหลม, สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ และการตรวจค่าควันดำในรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ขสมก. และ บขส. ณ อู่รถโดยสาร ขสมก.ทุกแห่ง อย่างต่อเนื่อง และจะสุ่มตรวจการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ควบคู่กับการติดตามการทำงานของ ตรอ. อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ควบคุมระบบตรวจสภาพรถ (VICC) เพื่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศตรวจวัดควันดำรถโดยสารสาธารณะและรถอื่นๆ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร บนถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ด้านประชาชนที่พบเห็นรถบรรทุกและรถโดยสารมีควันดำ ให้จดจำรายละเอียดหมายเลขทะเบียนรถ เลขข้างรถ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 หากผลการตรวจสอบพบว่ารถมีควันดำตามที่ผู้ร้องเรียนได้แจ้งมาจริงจะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที


Share :



กรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด ใน 15 จังหวัด สกัดรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะควันดำเกินกฎหมายกำหนดห้ามเข้าเขตกรุงเทพมหานค
3 ก.พ. 2562

กรมการขนส่งทางบก ตั้งจุดตรวจควันดำ 31 จุด ใน 15 จังหวัด สกัดรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะควันดำเกินกฎหมายกำหนดห้ามเข้าเขตกรุงเทพมหานคร พบรถควันดำ ลงโทษขั้นสูงสุดปรับ 5,000 บาท พ่น “ห้ามใช้” ทันที!!!

                        นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังจากการลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ ตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้นโยบาย One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกยกระดับยกระดับความเข้มข้นในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป และให้ตั้งจุดตรวจควันดำเพิ่มเติมรวม 31 จุด ใน 15 จังหวัด รอยต่อบนถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถโดยสารมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อควบคุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานจากต่างจังหวัดไม่ให้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องทุกวัน ดังนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมาย 32, ถนนพระราม 2, ถนนเพชรเกษม, ถนนบรมราชชนนี, ถนนสุวินทวงศ์, ถนนพหลโยธิน, ถนนสุขุมวิท, ถนนบางนา-ตราด, ถนนติวานนท์, ถนนลำลูกกา, ถนนรังสิต-นครนายก, ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี, ถนนรังสิต-ปทุมธานี, มอเตอร์เวย์ (ด่านลาดกระบังขาเข้า), ท่าเรือคลองเตย และสถานีขนส่งสินค้าชานเมืองทั้ง 3 แห่ง (ร่มเกล้า, คลองหลวง, พุทธมณฑล) ทั้งนี้ หากพบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด สั่งเปรียบเทียบปรับทันที 5,000 บาท และพ่น “ห้ามใช้” ทันที ส่วนรถที่ตรวจพบค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 ให้ผู้ตรวจการออกใบเตือน เพื่อให้เจ้าของรถดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนถึงรอบชำระภาษีรถ ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทั้ง 31 จุด ใน 15 จังหวัด เฉพาะช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 627 คัน พบรถมีค่าควันดำเกินที่กฎหมายกำหนดจำนวน 39 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 35 คัน และรถโดยสารสาธารณะ 4 คัน พบมากที่สุดที่บริเวณจุดตรวจถนนสุวินทวงศ์ ขาเข้า, ถนนบางนา-ตราด ขาเข้า โดยให้ดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวันทุกวัน

                                  ด้าน นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมการขนส่งทางบกได้ให้ผู้ตรวจการลงพื้นที่สุ่มตรวจค่าควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูง เช่น พื้นที่ในเขตจตุจักร เขตบางขุนเทียน, บางคอแหลม, สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ และการตรวจค่าควันดำในรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ขสมก. และ บขส. ณ อู่รถโดยสาร ขสมก.ทุกแห่ง อย่างต่อเนื่อง และจะสุ่มตรวจการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ควบคู่กับการติดตามการทำงานของ ตรอ. อย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ควบคุมระบบตรวจสภาพรถ (VICC) เพื่อการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศตรวจวัดควันดำรถโดยสารสาธารณะและรถอื่นๆ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร บนถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ด้านประชาชนที่พบเห็นรถบรรทุกและรถโดยสารมีควันดำ ให้จดจำรายละเอียดหมายเลขทะเบียนรถ เลขข้างรถ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 หากผลการตรวจสอบพบว่ารถมีควันดำตามที่ผู้ร้องเรียนได้แจ้งมาจริงจะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที



Share :